เผาแล้ว 19 ร่างไร้วิญญาณ ครู-นักเรียนตัวน้อย

Author:

วันที่ 11 ต.ค.2565 ที่วัดราษฎร์สามัคคี ต.อุทัยสวรรค์ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู ได้ทำการเผาร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุสังหารหมู่ทั้ง 19 ราย ที่ตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ที่วัด ท่ามกลางบรรยากาศสุดโศกเศร้า เสียงร้องไห้ดังระงมไปทั่ววัด

ต่อมาเวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่อัญเชิญเพลิงพระราชทานดอกไม้จันทร์พระราชทาน นำขบวนเคลื่อนโลงศพผู้เสียชีวิตมา เริ่มจากโลงแรกคือ ร่างของครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่ท้อง 8 เดือน ตามด้วยร่างของเด็กๆ โดยมีครอบครัวถือรูปเดินนำโลง มา ซึ่งเหตุผลที่นำครูมาเป็นร่างแรก เนื่องจากต้องการให้ได้นำน้องๆต่อแถวกันขึ้นสู่สวรรค์ จากนั้นก็นำมาตั้งไว้ที่เตาเผาเชิงตะกอนเรียงกันทั้ง 19 ร่าง ก่อนที่จะมีพิธีสวดพระอภิธรรมหน้าไฟ และสวดมาติกา

ทั้งนี้ทางครอบครัวของเด็กๆ ได้นำของเล่นของน้องมาเผารวมกันไปทั้งหมดด้วย ซึ่งก่อนที่จะเริ่มพิธีสงฆ์ ก็ได้ให้เวลากับครอบครัวในการร่ำลาส่งท้ายกับผู้เสียชีวิต ทางสามีของครูได้จูบและพูดสื่อถึงอดีตคนรักด้วย

โดยพิธีเริ่มด้วยพระสงฆ์ 1 รูป ได้นำเหรียญไปใส่ไว้ในเชิงตะกอน ตามความเชื่อเพื่อซื้อที่ซื้อทางให้กับดวงวิญญาณ จากนั้นมีพิธีกรรมเเก้เคล็ด เนื่องจากเป็นวันอังคาร ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นวันเเข็ง ห้ามเผา เมื่อเริ่มพิธีกรรม ได้มีผู้ชาย 2 คน ถือไฟใต้กระบองเดินมา พร้อมกับคนเเก่ 1 คน ที่ถือจอบมาขุดหลุมเตรียมฝังในพื้นที่วัด

จากนั้นจะมีพระภิกษุสงฆ์ 1 รูป เดินมาทักท้วงว่ามาขุดดินจะมาทำอะไรในที่ธรณีสงฆ์ ซึ่งคนที่ขุดดินก็จะตอบว่ามาเพื่อจะฝัง โดยพระจะตอบกลับว่าอนุญาตให้เผาเเทน เเต่ขอถามญาติโยมก่อนว่าเห็นด้วยหรือไม่ หากเห็นด้วยให้สาธุดังๆ ซึ่งญาติโยมที่มาร่วมพิธีก็ต่างยกมือขึ้นหัวส่งเสียงสาธุ ชาย 2 คน ที่ถือไฟใต้กระบอง ก็ได้ดับไฟ เป็นอันเสร็จพิธี

ด้านนายเลิศ จันทบุรม อายุ 76 ปี เป็นผู้เฒ่าผู้เเก่ในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นผู้นำในการทำพิธี เปิดเผยว่า พิธีการดังกล่าว ทำเพื่อเเก้เคล็ดวันอังคาร ซึ่งเป็นวันเเข็ง ไม่นิยมเผาศพ อีกทั้งยังเป็นวันพระ นับเป็นความเชื่อมาตั้งเเต่โบราณว่า ห้ามเผาในวันนี้ เพราะจะทำให้เกิดอาเพศ เเละตามธรรมเนียมของคนอีสาน คนที่เสียชีวิตเเบบผิดธรรมชาติ จะไม่เผา เเต่จะใช้วิธีการฝัง จึงจำเป็นต้องทำพิธีเเก้เคล็ด เพื่อความสบายใจของชาวบ้าน